Ghost Story

25 มกราคม 2556

คนตาทิพย์


เรื่องผี คนตาทิพย์


            เมื่อเอ่ยถึงเรื่องผีๆ สางๆ ขึ้นมาในหมู่เพื่อนฝูง รับรองว่าจะต้องมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อว่าผีมีจริง รวมทั้งคนกลัวผีกับไม่กลัวผี แต่ส่วนมากมักจะเชื่อและกลัวนะครับ หลายๆ คนยอมรับว่าไม่เคยเห็นผีเลยสักครั้งเดียว แต่ก็กลัวผีเป็นชีวิตจิตใจ
ม้แต่คนหนุ่มๆ สาวๆ ทันสมัยก็ยังพูดจาตามยุคสมัย บอกว่า...เป็นอะไรที่...แบบว่า...ไม่อยากเจอะเจอที่สุด... กลัวดิ! ส่วนคนไม่กลัวผีก็บอกว่า เรื่องผีเป็นเรื่องเหลวไหวเอาไว้หลอกเด็ก พิสูจน์ไม่ได้ ไม่มีตัวตน ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านหมดแล้ว...ผงธุลีจะยังมีฤทธิ์เดชอะไรอีกล่ะ? วันนี้ผมมีเรื่องน่าขนลุกขนพองมาเล่าให้ฟัง และให้ท่านช่วยพิจารณาว่าผีมีจริงหรือไม่?
            สมัยเด็กๆ ผมอยู่แถววัดสิงห์ ย่านบางพลัด ลงสะพานกรุงธนฯ ผ่านภัตตาคารเรือนแพแล้วเลี้ยวซ้าย...ที่นั่นมีชายชราอายุหกสิบเศษชื่อตาเครือ ชอบนั่งซดเหล้าโรงอยู่ที่ม้ายาวหน้าบ้าน มองดูผู้คนผ่านไปมา เด็กๆ วิ่งเล่นเกรียวกราวในตอนเย็น ชาวบ้านลือกันว่าแกเคยบวชอยู่ที่วัดโพธิ์ท่าเตียน มี "ตาทิพย์" จากวิปัสสนากรรมฐาน จนสามารถเห็นวิญญาณต่างๆ ได้อย่างชัดเจนเหมือนเรามองเห็นคนเป็นๆ นี่เอง เมื่อสึกหาลาเพศมาได้ครอบครัวก็ประกอบอาชีพค้าขาย กระทั่งมีฐานะมั่นคงและชราแล้วจึงวางมือให้ลูกหลานทำการงานต่อไป ตาเครือรูปร่างผอมสูง ผมขาวโพลน ชอบนุ่งกางเกงแพรกับสวมเสื้อคอกลม เป็นคนแก่ใจดี รักเด็กๆ ในย่านนั้นเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน มีขนมแจกบ้าง มีของเล่นแจกบ้าง บางวันก็ควักสตางค์ให้เด็กๆ ไปซื้อขนมกิน ตาเครือมักจะยิ้มมากกว่าพูด แต่บทจะพูดขึ้นมาก็มักจะพูดยืดยาว
            ผมเคยถามแกว่า...เขาว่าตามองเห็นผีจริงๆ หรือ? "โอย...เยอะ!" แกตอบยิ้มๆ มองนั่นมองนี่ตามเคย "รอบๆ ตัวเรามีเยอะด้วย โบราณถึงสอนว่าจะทำอะไรไม่ดีไม่งามก็ให้รู้จักอับอายผีสางเทวดา เพราะถึงคนจะไม่เห็น แต่ผีสางเทวดาก็เห็น" ผมหันซ้ายหันขวาตามสายตาแก แต่ก็ไม่เห็นอะไร นอกจากคนที่เดินผ่านไปมาเท่านั้นเอง "ตาเห็นอะไรล่ะครับ?" "ก็วิญญาณน่ะซี! มากมายพอๆ กับคนเรานี่เอง บางทีมากันแน่นเชียวแทบจะชนกันด้วยซ้ำ...นั่น! ยายกิ่งกับยายกลอย โน่น! ตาแฉ่งกับลุงชื้น...พ่ออั๋นกับแม่อ่อน อ้าว? เป็นไงมั่งเจ้าเปี๊ยก โดนรถชนตายแล้วยังวิ่งซนตามเคย นะเอ็ง" ตาเครือพูดกับใครที่อยู่ข้างๆ ผม แถมเอื้อมมือไปลูบไล้อากาศว่างเปล่า แต่ท่าทางคล้ายกำลังลูบหัวเด็กอยู่ไม่มีผิด...เล่นเอาผมงี้ขนลุกซ่าไปเลย จนถึงวันเกิดเรื่องน่าขนหัวลุกที่ผมไม่มีวันลืมได้เลยจนวันตาย!
            ตาเครือแจกเงินเด็กๆ ไปซื้อขนมแล้ว แต่ผมเห็นแกนั่งเงียบๆ ซึมๆ เป็นเชิงว่าไม่อยากพูด...หรืออาจจะเริ่มเมาแล้วก็ได้ จำได้ว่าใกล้ค่ำ อากาศฤดูหนาวเยือกเย็น ตาเครือหันไปทางปากซอย ขมวดคิ้วจนผมมองตามเห็นคนเดินผ่านไปมาตามปกติเช่นทุกวัน "มากันเยอะแยะเชียววันนี้..." แกออกชื่อตามเคย บางคนผมไม่รู้จัก แต่บางคนก็พอจะรู้ว่าตายไปแล้ว จนได้ยินเสียงตาเครือดังขึ้นอีกว่า "อ้อ! เจ้าหลาดก็มาด้วย..."
            "หลาดไหนล่ะตา?" ผมหันไปมองหน้าแก "ลุงหลาดช่างไม้หรือเปล่า?"
"เออ! ก็เจ้าหลาดน่ะแหละ ไอ้หนูเอ๊ย" แกถอนใจยาว...คราวนี้ผมแน่ใจว่าตาเครือเมาแล้ว เพราะลุงหลาดยังไม่ตาย แถมผมยังมองไม่เห็นลุงหลาดเลย จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นถึงได้ข่าวว่าลุงฉลาด หรือ "หลาด-ช่างไม้" โดนรถชนตายที่บางแคเมื่อเย็นวานนี้เอง! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตาเครือมีตาทิพย์จริงๆ แม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นวิญญาณด้วยตัวเอง แต่เรื่องนี้ทำให้ผมขนหัวลุกอยู่นาน นึกแล้วยังน่ากลัวไม่หาย...คุณผู้อ่านช่วยพิจารณาด้วยครับ...ผีมีจริงหรือไม่จริง?!

เดชผีตายโหง


เดชผีตายโหง


            เขาว่าผีมักจะไม่หลอกเด็กเล็กๆ กับคนแก่ ยิ่งประเภทหลังน่ะผ่านร้อนผ่านหนาว มาโชกโชน ทุกข์สุขอะไรก็ผ่านมาหมด ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรง่ายๆ พวกผีรู้ดีว่าต่อให้มันหลอกหลอนแค่ไหนก็ไม่กลัว ก็เลยไม่อยากหลอกให้เสียเวลาพอฟังได้ใช่ไหมคะ แต่ลองฟังไอ้หนุ่มบางคนมันพูดดูบ้างซิ "ผีมันเห็นว่าแก่ซะขนาดนี้ ไม่ช้าก็จะกลายเป็นผีด้วยกันอยู่แล้ว! เผลอๆ ผีเห็นมันยังตกกะใจ...นึกว่าเจอผีหลอกซะอีกแน่ะ!" ฟังแล้วนะคะ...แหม! ขอโทษเถอะ ป้าอยากตบปากมันจังเลยค่ะ!
            ป้าเองอายุเลยหกสิบมาหลายปีแล้ว นึกถึงวันคืนเก่าๆ แล้วใจหายค่ะ ทำไมกาลเวลามันผ่านไปเร็วนักก็ไม่รู้? เมื่อสิบกว่าปีก่อน แม่ค้าที่ตลาดยอด บางลำพู เรียกว่าป้าๆ ช่วยซื้อผลไม้หน่อยซีคะ! เล่นเอาเกือบสะดุ้งแน่ ใจหายหมดเลย...ยกมือขึ้นลูบผมหงอกประปรายอย่างลืมตัว ต่อมาพวกหนุ่มสาวแถวบ้านที่บางขุนพรหมก็เรียกป้าๆ กันไปหมด มาตอนนี้โดนเรียกยาย! แต่ฟังแล้วเฉยๆ ค่ะ ไม่ยินดียินร้ายอะไรหรอก...ฉันไม่อยากแก่ แต่ก็ยินดีที่จะแก่! พูดเอาเท่ ตามเทรนด์เค้าทันมั้ยเนี่ย? คนปูนป้าน่ะเลิกทำการงานกันแล้ว ป้าเองก็เหมือนกัน ยังดีที่มีลูกๆ หลานๆ คอยดูแล แต่ถึงไม่มีป้าก็มีบำนาญกินละค่ะ รับใช้หลวงท่านมาเกือบ 40 ปีแล้วนี่นา ป้าก็ช่วยดูแลบ้าน ทำงานเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่จะทำได้ ตอนเย็นๆ มานั่งหน้าบ้านคอยหลานที่มีผู้หญิงกับผู้ชาย ซนเป็นทโมนไพรทั้งคู่เชียว เฮ้อ...แต่ก็รักมันนะ บางวันก็ไปวัด ไม่ว่าวัดอินทร์, วัดสามพระยา, วัดใหม่อมตรส, วัดเอี่ยม...วัดหลังนี่ไปบ่อย ไหว้ท่านท้าวมหาพรหมบ้าง หลวงปู่ทวดบ้าง เจ้าแม่กวนอิมบ้าง นึกครึ้มๆ ก็ซื้อมาลัยกับหมากพลูที่เขาขายหน้าวิหารไปถวายท่าน แล้วก็เสี่ยงเซียมซีอ้าว?
            ก็เพื่อหาเลขเด็ดไปเล่นหวยน่ะซีคะ งวดละสองสามร้อยบาทพอให้ได้ลุ้นระทึกก็ยังดี ผู้หญิงคราวป้าแถมเป็นม่ายผัวตาย จะมีอะไรส่วนตัวให้ลุ้นล่ะคะคุณ?
มัวแต่เรื่อยเปื่อยถึงเรื่องอื่นเสียเวลา ขอเข้าเรื่องขนหัวลุกเลยนะคะ! ตาอ๋อ-คนในซอยเมากลับบ้านตอนค่ำ โดนรถชนแถวปากซอยตายคาที่ ที่เรียกตาอ๋อน่ะไม่ใช่คนแก่นะคุณ เราชอบเรียกคนรุ่นลูกรุ่นหลานว่า พ่อนั่นแม่นี่, ตานั่นยายนี่จนติดปาก...ตาอ๋อน่ะอายุราวสี่สิบ อ่อนกว่าลูกชายคนโตของป้าเสียอีก แกชอบเหล้าค่ะ เมาแล้วซ่าเป็นประจำ มาถึงเรื่องสำคัญคือเขาลือว่าผีตาอ๋อเฮี้ยนนัก ไม่ต้องพูดถึงกลางค่ำกลางคืนจะมาหลอกหลอนเลยค่ะ นั่นน่ะผีเบ็ดเตล็ด! ตาอ๋อนี่ผีมีปริญญาการันตีเชียวนะคุณ!
            แกมาหลอกหลอนกลางวันแสกๆ ตอนบ่ายตอนเย็นไปยันโพล้เพล้ เดินปะปนกับคนในซอยน่ะแหละ ไม่ค่อยมีใครสนใจจนกระทั่งมองหน้าจังๆ จึงเห็นตาอ๋อยิ้มให้ พอจำได้ก็ร้องโวยวายเหมือนคนบ้าหรือเจ๊กตื่นไฟ โว้ยๆ จนแตกตื่นกันไปทั้งซอย ตอนแรกก็ว่าตาฝาด แต่เอ๊ะ! นับวันยิ่งหนาหูขึ้นทุกที ป้านั่งเล่นหน้าบ้านคอยหลานเล็กๆ กลับจากโรงเรียน มองดูคนผ่านไปมา รู้จักกันก็ทักทายกัน...แต่ไม่เคยเจอตาอ๋อซักที ตอนแกยังไม่ตายก็ถูกชะตากันดีค่ะ
            เย็นหนึ่งป้าก็เจอดีเข้าให้!ขณะนั่งมองดูคนเดินผ่านไปมาแล้วนึกถึงตาอ๋อ...คนไหนนะ? แต่ก็ไม่เห็นจนห้าโมงกว่าๆ หน้าหนาวค่ำเร็ว ฟ้าครึ้ม แดดหายไปหมด ก็พอดีมองเห็น... ตาอ๋อนี่นา! ยกมือป้องหน้า ขยับแว่นจ้องมองให้แน่ใจ เห็นนุ่งกางเกงยีนส์สวมเสื้อยืดขาวคุ้นตา ยอมรับว่ากลัวนิดๆ แต่พอเขาเดินใกล้เข้ามาก็ไม่ใช่ตาอ๋อหรอกค่ะแต่เป็นตาเบิ้ม เขาวัยเดียวกัน สูงต่ำดำขาวพอๆ กัน ตาเบิ้มยิ้มให้ป้าจนกำลังจะผ่านหน้าไปรอมร่อ...นึกยังไงไม่รู้ดันหันขวับมา
            "ตาเถร!" ป้าหลุดออกไปเต็มปากเต็มคำ เพราะใบหน้านั้นคือตาอ๋อชัดๆ แถมยืดคอเข้ามาหาจนป้าผงะหงาย ร้องแว้! จนป้าหวิดสลบ ตาเหลือก ยกมือขึ้นกุมอก ใจเต้นโครมคราม...ตาเบิ้มเดินผ่านป้าไปแล้ว
พุทโธธัมโม! จะหลอกก็หลอกดีๆ ซี่ ดันแปลงตัวมาหลอกแบบนี้น่ะมันไม่แฟร์ย่ะ! คนแก่ก็มีหัวใจนะยะ...ขอบอก! เอิ๊ก...ลมใส่ซีคะคุณ!